รุ่งโรจน์ หรือ รุ่งริ่ง

18th พฤศจิกายน 2018 Off By saletpet

รุ่งโรจน์ หรือ รุ่งริ่ง

รุ่งโรจน์ หรือ รุ่งริ่ง

รุ่งโรจน์ หรือ รุ่งริ่ง ผ่านพ้นไปเรียบร้อยแล้ว สำหรับเกมรอบแบ่งกลุ่ม นัดแรก ของเอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ เวอร์ชั่น 3.0 ซึ่งมีหลายเรื่องราวให้ได้คุยกันหลากหลายประเด็น…

ที่บอกว่าเวอร์ชั่น 3.0 เพราะนี่คือการปรับเปลี่ยนรูปแบบการแข่งขัน มาเป็นครั้งที่ 3 นับตั้งแต่เริ่มก่อตั้ง สมัยที่ยังใช้ชื่อว่า “ไทเกอร์ คัพ” ตามสปอนเซอร์หลัก

แต่ที่จะนำมาหยิบยกพูดคุยกันในวันนี้ คือประเด็นของเฮดโค้ช ที่สร้างเซอร์ไพรส์ให้แฟนบอลได้อ้าปากค้างกันเป็นแถว สำหรับการทุ่มเทของบางชาติ ที่พยายามก้าวขึ้นไปเป็นแชมป์ระดับภูมิภาคให้ได้

ซึ่งเรื่องของเฮดโค้ชนั้น คงนี้ไม่พ้น เคซึเกะ ฮอนดะ โค้ชพาร์ทไทม์ของกัมพูชา และ สเวน โกรัน อีริคส์สัน กุนซือรุ่นรายคราม ที่้เข้ามารับงานเฉพาะกิจกับฟิลิปปินส์

สำหรับรายแรก แม้จะเข้ามาด้วยออปชั่นสุดพิเศษแบบแมน ๆ บินมาคุมเป็นบางนัด เพราะยังติดภารกิจค้าแข้งอยู่ในออสเตรเลีย โดยทิ้งมือขวาได้ดูแลทีม สั่งงานและวางแผนผ่านวิดีโอคอนเฟอเรนซ์

ดูแล้วเหมือนจะง่ายนะครับ แต่เอาเข้าจริง ๆ บอกเลยว่าการคุมทีมแบบนี้ โคตรยากเลย

ทำไมน่ะเหรอ? ก็เพราะอย่างแรกเลย ฮอนดะ แทบไม่รู้จักนักเตะตัวเองดีพอ ทั้งเรื่องเทคนิค ฝีเท้า และนิสัยใจคอ

แล้วแบบนี้จะวางแทคติก และรูปแบบการเล่นให้เข้ากับตัวนักเตะได้อย่างไร จริงอยู่ที่ว่าอาจจะมีผู้ช่วยคอยป้อนข้อมูล

แต่ท้ายที่สุดแล้ว เชื่อเถอะครับว่ามันไม่ดีไปกว่าการสัมผัสคลุกคลีกับนักเตะด้วยตัวเองหรอก

ที่สำคัญไปกว่านั้นคือ ฮอนดะ ได้ใจนักเตะไปมากแค่ไหนกัน เพราะนี้คือทีมชาติกัมพูชา ความภาคภูมิใจของชาวกัมพูชา แต่จะมาทำงานแบบพาร์ทไทม์แบบนี้ มันก็ดูจะกระไรอยู่นะ

สุดท้ายแล้วการทำงานแบบนี้จะเวิร์คหรือไม่เวิร์ค 2 ปีหลังจากนี้จะได้รู้กัน

ส่วนอีกรายที่น่าเซอร์ไพรส์ไม่น้อย ก็คือการเข้ามารับงานชั่วคราว 6 เดือนของ สเวน โกรัน อีริคส์สัน อดีตกุนซือผู้เกรียงไกรและเจนจัดบนเวทีลูกหนังยุโรป ซึ่งปัจจุบันมาหากินแถวเอเชีย

ถ้าย้อนกลับไปเมื่อไม่กี่ปีก่อน จะมีคนบอกว่ากุนซือระดับโลกรายนี้ คือว่าที่เฮดโค้ชคนใหม่ของทีมชาติฟิลิปปินส์ เสียงหัวเราะด้วยความเย้ยหยัน คงดังอื้ออึงทั่วอาเซียนอย่างแน่นอน

แต่ตอนนี้มันเกิดขึ้นจริงแล้ว แถมไม่ธรรมดาซะด้วย เมื่อผู้บริหารส.บอลแดนตากาล็อก หวังว่าอดีตกุนซือทีมชาติอังกฤษรายนี้ จะช่วยต่อยอดให้ทีม “อัซกาลส์” ทะยานเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศซูซูกิ คัพ 2018 ให้ได้…. เป็นอย่างน้อย

นี่คือการก้าวกระโดดอย่างแท้จริง ของทีมชาติฟิลิปปินส์ เพราะเมื่อราว 10 ก่อน พวกเขายังเป็นแค่ทีมไม้ประดับ ต้องไปคลุกฝุ่นเล่นรอบตัดเลือกกับ บรูไน, ติมอร์, กัมพูชา อยู่เลย

แต่หลังจากค้นพบสูตรสำเร็จแบบฉีกซอง เน้นกวาดต้อนนักเตะลูกครึ่งเข้ามารวมกัน ในที่สุดก็มีโอกาสเข้าสู่รอบตัดเชือกเป็นว่าเล่นในระยะหลัง

ดังนั้น การได้กุนซือที่ผ่านงานอย่างโชกโชน เข้ามาปรุงแต่งทีมที่มีนักเตะสไตล์ยุโรป ก็น่าจะช่วยให้ทีมยกระดับขึ้นได้อีกมาก

แต่กระนั้นก็ดี… คำถามข้อใหญ่ที่เกิดขึ้นคือ ด้วยระยะเวลาเพียงไม่กี่สัปดาห์ อีริคส์สัน จะจูนทีมให้ได้แค่ไหน ในเมื่อเขาแทบไม่รู้จักนักเตะของตัวเองเลย

ฟอร์มในเกมแรกคือรูปธรรมที่จัดเจน ผู้เล่นเหนือว่า แถมได้เล่นในบ้าน ฟอร์มกลับไม่ดีอย่างที่ควร แถมต้องใช้เวลาเกิน 80 นาที กว่าจะเจาะตาข่ายสิงคโปร์ได้

ดูแล้วแทบยังจะไม่เห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์เลยนะครับ ตอนนัเพวกเขายังเหลือเกมหนักอีก 2 นัด คือการเปิดบ้านรับมือทีมชาติไทย ต่อด้วยการบุกไปเยือน อินโดนีเซียที่จาการ์ตา

นั่นแหละครับ คือบททดสอบที่แทนจริงของ “สเวน” ว่าจะทำดีได้ดีแค่ไหน และยกระดับการเล่นได้ดีเพียงใด

แถมถ้าไปไม่รอด เกิดตกรอบแรกขึ้นมา ก็ไม่รู้ว่ากำลังใจนักเตะจะหดหายไปมากแค่ไหน ก่อนถึงศึกเอเชียน คัพ 2019 ที่รออยู่ข้างหน้า.

 

ติดตามข่าวสารต่อได้ที  http://ufabet369.com/
สมัครสมาชิก  http://line.me/ti/p/~@ufa369v2

UFABET แทงบบอนออนไลน์ คาสิโนออนไลน์

 

www.palmiguia.com